วิธีการตรวจสอบหน่วยความจำที่ใช้งานอยู่และตรวจหาหน่วยความจำสูงสุดที่สามารถใส่ได้ใน Windows 10
หากเราสงสัยว่าแรมที่เราติดตั้งอยู่มีขนาดเท่าไหร่ และเหลือให้ใส่เพิ่มหรืออัพเกรดได้อีกเท่าไหร่
เราสามารถทำได้ง่ายๆโดยไม่ต้องติดตั้งโปรแกรมใดๆเพิ่มเติมได้ตามขั้นตอนด้านล่างได้เลยครับ
เราสามารถทำได้ง่ายๆโดยไม่ต้องติดตั้งโปรแกรมใดๆเพิ่มเติมได้ตามขั้นตอนด้านล่างได้เลยครับ
1. คลิ๊กที่สัญญลักษ์วินโดว์
ที่มุมซ้ายล่างของจอภาพ
2. พิมพ์คำว่า CMD
3. คลิ๊กที่ Command Prompt
4. เราจะได้หน้าต่างของ Command Prompt จะขึ้นมาดังรูป
5. พิมพ์คำว่า wmic MEMORYCHIP get BankLabel, DeviceLocator, MemoryType,
TypeDetail, Capacity, Speed แล้วกด Enter
TypeDetail, Capacity, Speed แล้วกด Enter
6.เราจะได้ข้อมูลตามรูปด้านล่างนี้
Capacity คือ ความจุของแรมแผงนี้ จะมีหน่วยเป็น Byte (ไบต์) เพราะฉะนั้นเราเอาค่าที่ได้
ไปหารด้วย 1073741824 (มาจาก 1024*1024*1024) จะได้เป็นหน่วย GB (กิ๊กกะไบต์)
ในกรณีนี้ คือ 8589934592 หารด้วย 1073741824 เท่ากับ 8GB
หมายความว่าเครื่องนี้ใส่แรมแผงละ 8GB ที่ทั้ง BANK0 และ BANK3
ไปหารด้วย 1073741824 (มาจาก 1024*1024*1024) จะได้เป็นหน่วย GB (กิ๊กกะไบต์)
ในกรณีนี้ คือ 8589934592 หารด้วย 1073741824 เท่ากับ 8GB
หมายความว่าเครื่องนี้ใส่แรมแผงละ 8GB ที่ทั้ง BANK0 และ BANK3
MemoryType ตรงนี้จะแสดงชนิดของแรม ค่า 20 = DDR, 21 = DDR2, 24 = DDR3
สำหรับในรูปเครื่องนี้เป็นแรมชนิด DDR3
สำหรับในรูปเครื่องนี้เป็นแรมชนิด DDR3
หากค่า MemoryType = 0 ให้สันนิษฐานว่าอาจจะเป็น DDR4 โดยให้ดูที่ค่า Speed
จะบอกได้ว่าเป็นแรม DDR4 หรือไม่ ซึ่งถ้า MemoryType = 0 และ Speed มีค่าตามนี้
1600, 1866, 2133, 2400, 2666, 2933, 3200 ก็คือ แรม DDR4 ครับ
จะบอกได้ว่าเป็นแรม DDR4 หรือไม่ ซึ่งถ้า MemoryType = 0 และ Speed มีค่าตามนี้
1600, 1866, 2133, 2400, 2666, 2933, 3200 ก็คือ แรม DDR4 ครับ
7. คราวนี้มาดูกันว่าเครื่องนี้จะใส่แรมสูงสุดได้เท่าไหร่ ให้พิมพ์คำสั่งตามนี้
wmic memphysical get MaxCapacity, MemoryDevices แล้วกด Enter
wmic memphysical get MaxCapacity, MemoryDevices แล้วกด Enter
8. จะได้ค่าตามรูปด้านล่างนี้
MaxCapacity คือ ความสามารถให้การใส่แรมสูงสุดของเครื่องนี้ ค่าที่แสดงมีหน่วยเป็น
kByte (กิโลไบต์) เพราะฉะนั้นเราเอาค่าที่ได้ไปหารด้วย 1048576 (มาจาก 1024*1024)
จะได้เป็นหน่วย GB (กิ๊กกะไบต์) ในกรณีนี้ คือ 33554432 หารด้วย 1048576 เท่ากับ 32GB
หมายความว่าเครื่องนี้สามารถใส่แรมได้สูงสุด 32GB โดยที่เราต้องดูต่อที่ค่า MemoryDevices ด้วย
kByte (กิโลไบต์) เพราะฉะนั้นเราเอาค่าที่ได้ไปหารด้วย 1048576 (มาจาก 1024*1024)
จะได้เป็นหน่วย GB (กิ๊กกะไบต์) ในกรณีนี้ คือ 33554432 หารด้วย 1048576 เท่ากับ 32GB
หมายความว่าเครื่องนี้สามารถใส่แรมได้สูงสุด 32GB โดยที่เราต้องดูต่อที่ค่า MemoryDevices ด้วย
MemoryDevices คือ ช่องที่สามารถเสียบแรมได้ สำหรับเครื่องนี้ค่า MemoryDevices = 4
หมายความว่าใส่แรมได้ 4 ช่อง หรือ 4 แผงนั่นเอง
หมายความว่าใส่แรมได้ 4 ช่อง หรือ 4 แผงนั่นเอง
สรุปหลังจากได้ค่าสองค่านี้ เราก็จะได้ว่า เครื่องนี้ใส่ได้สูงสุด 32GB มีช่องใส่แรม 4GB
เพราะฉะนั้นจะใส่แรมได้สูงสุดแค่ (32 หาร 4) = 8GB ต่อแผงหรือต่อช่อง เท่านั้น
หากใส่เกินกว่านี้เครื่องบูตไม่ได้ครับ
เพราะฉะนั้นจะใส่แรมได้สูงสุดแค่ (32 หาร 4) = 8GB ต่อแผงหรือต่อช่อง เท่านั้น
หากใส่เกินกว่านี้เครื่องบูตไม่ได้ครับ